Messenger

"เจ็บป่วยกลางดึกในบ้าน" อาการแบบไหนดูแลเองได้ อาการแบบไหนต้องรีบห้องฉุกเฉินทันที?

September 02 / 2026

 

          อาการเจ็บป่วยเฉียบพลันกลางดึกภายในบ้านจำเป็นต้องได้รับ การประเมินระดับความรุนแรง อย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัยสูงสุด อาการที่สามารถดูแลเบื้องต้นที่บ้านได้ ได้แก่ ไข้ต่ำ ๆ ไม่มีอาการหอบ, ท้องเสียไม่มีภาวะช็อก, ปวดศีรษะหรือปวดท้องเล็กน้อยถึงปานกลางที่ตอบสนองต่อยาพื้นฐาน ส่วนอาการที่เป็นสัญญาณเตือนอันตราย ที่ต้องนำส่งห้องฉุกเฉิน (ER) ทันที ได้แก่

  • แน่นหน้าอกปวดร้าวไปกรามหรือแขน
  • หายใจติดขัด/หอบเหนื่อยรุนแรง
  • แขนขาอ่อนแรงปากเบี้ยวพูดไม่ชัดเฉียบพลัน
  • ซึม เรียกไม่ตอบ ชักเกร็ง
  • อุบัติเหตุที่มีเลือดออกมากหยุดไม่ได้

          การได้รับการรักษาจากศูนย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินที่พร้อมด้วยทีมแพทย์และเทคโนโลยีช่วยชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง คือหัวใจสำคัญในการลดอัตราการสูญเสียและความเสื่อมถอยของร่างกาย

 

ข้อมูลสำคัญ ของการเจ็บป่วยฉุกเฉินช่วงเวลานอน

          สถิติทางเวชศาสตร์ฉุกเฉินพบว่า โรคหลอดเลือดสมอง หรือ โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน มักเริ่มแสดงอาการในช่วงเวลา 22.00 น. – 06.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนและความดันโลหิตขณะหลับ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ในประเทศไทยมากกว่า 50% มาถึงห้องฉุกเฉินช้ากว่า ช่วงเวลาสำคัญของีวิต "Golden Hour" (ภายใน  4.5 ชั่วโมง) เนื่องจากสมาชิกในบ้านลังเลใจในช่วงกลางดึก และคิดว่าจะรอให้ถึงตอนเช้าก่อนค่อยมาพบแพทย์ และอีกหนึ่งอาการสำคัญในเวลาดึกคือ อุบัติเหตุลื่นล้มในผู้สูงอายุที่บ้าน เกิดขึ้นขณะลุกไปเข้าห้องน้ำกลางดึก ซึ่งนำไปสู่ภาวะเลือดออกในสมองหรือกระดูกสะโพกหักเฉียบพลัน

 

 อาการแบบไหนที่ "สามารถดูแลและสังเกตอาการเบื้องต้นที่บ้าน" ได้

 

           หากผู้ป่วยยังมีสติสัมปชัญญะดี พูดคุยรู้เรื่อง และไม่มีอาการหอบเหนื่อย สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรอพบแพทย์ในเวลาทำการได้

  • ไข้สูงในผู้ใหญ่หรือเด็กโต (ไม่มีอาการซึม/ไม่ชัก) : เช็ดตัวลดไข้ รับประทานยาลดไข้พาราเซตามอล ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
  • ท้องเสีย อ้วก/ถ่ายเหลว (ไม่มีภาวะช็อก) : จิบน้ำเกลือแร่ได้ ทีละน้อย เพื่อป้องกันการขาดน้ำ หากไม่มีอาการหน้ามืด ใจสั่น หรือถ่ายเป็นเลือดสด
  • ปวดศีรษะหรือปวดกล้ามเนื้อทั่วไป : ปวดระดับเล็กน้อยถึงปานกลางที่คุ้นเคย ไม่มีอาการตาพร่ามัว ปากเบี้ยว หรือแขนขาอ่อนแรงร่วมด้วย
  • แผลถลอก หรือมีเลือดออกเล็กน้อย : ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด กดห้ามเลือดแล้วผ้าก๊อซปิดไว้ เลือดหยุดไหลได้เอง

 

 อาการสัญญาณเตือนอันตรายที่ "ต้องรีบไปห้องฉุกเฉิน (ER) ทันที" ? 

          หากพบอาการดังต่อไปนี้ แม้จะเป็นเวลาใดก็ตาม ห้ามรอช้าโดยเด็ดขาด ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลหรือโทรแจ้งรถฉุกเฉินทันที


 

กลุ่มเสี่ยงใดในบ้านที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในเวลากลางคืน

  • ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) : มักไม่ค่อยแสดงอาการไข้สูง แต่อาจแสดงออกด้วยอาการซึม สับสนเฉียบพลัน หรือก้าวขาไม่ออก
  • เด็กเล็กและทารก (0–3 ขวบ) : เสี่ยงต่อการชักจากไข้สูง (Febrile Seizure) และภาวะหายใจติดขัดได้รวดเร็วกว่าผู้ใหญ่
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง : เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต และโรคหัวใจ ซึ่งกลไกการปรับตัวของร่างกายเมื่อเกิดโรคแทรกซ้อนจะลดลง

 

การสังเกตความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนเข้านอน ช่วยป้องกันวิกฤตกลางดึกได้

  • สัญญาณกายภาพ : อาการบวมที่หน้าแข้ง/หลังเท้า, อาการเวียนศีรษะบ้านหมุนเมื่อเปลี่ยนท่า, อาการแน่นท้องอึดอัดผิดปกติหลังมื้อดึก
  • สัญญาณสิ่งแวดล้อมในบ้าน : แสงไฟในทางเดินไปห้องน้ำมืดเกินไป, พื้นห้องน้ำเปียกลื่น, การจัดเก็บยาโรคประจำตัวไม่เป็นหมวดหมู่จนทานยาผิดโดสกลางดึก

 

ความพร้อมของศูนย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง

 

          โรงพยาบาลของเราพร้อมดูแลทุกวิกฤตสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบการแพทย์ฉุกเฉินมาตรฐานสากล

1. ระบบคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน และทีมแพทย์เฉพาะทาง 24 ชม.

          เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉิน ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินความรุนแรงทันทีโดยพยาบาลวิชาชีพ เพื่อนำผู้ป่วยวิกฤตเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยมีแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน (Emergency Physician) พร้อมดูแลตลอดคืน

2. เทคโนโลยีทางการแพทย์รองรับภาวะวิกฤต (Advanced Emergency Care)

  • Fast - Track : ระบบทางด่วนรักษาโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke Fast-Track) และโรคหัวใจ (Chest Pain Fast-Track) ที่พร้อมด้วยห้องปฏิบัติการฉีดสีหลอดเลือดและศูนย์เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT/MRI) 

  • ระบบศูนย์รับแจ้งเหตุและรถพยาบาลฉุกเฉิน : รถพยาบาลเคลื่อนที่พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางแบบมืออาชีพ

 

การเตรียมตัวและการปฐมพยาบาลก่อนมาโรงพยาบาล

  • ตั้งสติและโทรแจ้งขอความช่วยเหลือ : หากผู้ป่วยขยับตัวไม่ได้ หรือซึมหมดสติ ให้โทรสายด่วน 1669 หรือเบอร์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลทันที ห้ามพยายามอุ้มผู้ป่วยลื่นล้มในท่าที่ไม่ถูกต้อง
  • เตรียมเอกสารและยาประจำตัว : หยิบซองยาประจำตัว ประวัติการรักษา (ถ้ามี) บัตรประชาชน และประวัติการแพ้ยาของผู้ป่วยติดตัวมาด้วยเสมอ
  • ห้ามป้อนน้ำหรืออาหาร : หากผู้ป่วยมีอาการซึม หมดสติ ชัก หรือแน่นหน้าอก ห้ามให้ดื่มน้ำหรือรับประทานยาใด ๆ ทางปากเด็ดขาด เพราะเสี่ยงต่อการสำลักเข้าปอด

 

ข้อปฏิบัติเมื่อมาถึงห้องฉุกเฉิน

  • แจ้งข้อมูลอาการเริ่มแรก เวลาที่เกิดอาการอย่างแม่นยำ และประวัติโรคประจำตัวแก่พยาบาลคัดแยก
  • ให้ความยินยอมในการตรวจวินิจฉัยเร่งด่วนตามคำแนะนำของแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน

 

          โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ใส่ใจในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเราพร้อมดูแลเข้าใจถึงความกังวลของคุณ เราพร้อมเป็นที่พึ่งให้แก่ครอบครัวคุณในทุกช่วงเวลา ด้วยศูนย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินที่เปิดให้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง เพียบพร้อมด้วยทีมแพทย์ ศัลยแพทย์ และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านเคสฉุกเฉิน พร้อมด้วยรถพยาบาลกู้ชีพ ที่พร้อมออกปฏิบัติการทันที เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า ทุกชีวิตในบ้านจะได้รับความคุ้มครองและการดูแลที่รวดเร็ว ปลอดภัย และได้มาตรฐานสูงสุดในทุกช่วงเวลา