เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
เมื่อปวดหลังเรื้อรังกลายเป็นเรื่องใหญ่
ทำความรู้จักทางเลือกใหม่ของการผ่าตัด — Endoscopic Spine Surgery
เรียบเรียงโดยทีมแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง
คุณเคยรู้สึกไหมว่าอาการปวดหลังที่เป็นมานาน ไม่ใช่แค่ปวดเมื่อยจากการทำงานอีกต่อไป ? หากนั่งทำงานก็ปวด ลุกยืนก็ปวด แถมเริ่มร้าวลงสะโพกและขา ทานยาก็ไม่ดีขึ้น นี่อาจเป็นสัญญาณว่าหมอนรองกระดูกของคุณกำลังกดทับเส้นประสาท
ในอดีตการรักษาด้วยการผ่าตัดมักหมายถึงแผลใหญ่พักฟื้นนาน และต้องหยุดงานหลายเดือน แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้อง Endoscope ได้เปลี่ยนภาพจำเหล่านั้นไปอย่างสิ้นเชิง — แผลขนาดเล็กกว่า 1 ซม. และผู้ป่วยส่วนใหญ่นอนโรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่สาเหตุของอาการปวด ขั้นตอนการรักษา
ไปจนถึงสิ่งที่ควรทราบก่อนตัดสินใจ
ทำไมคนวัยทำงานถึงปวดหลังกันมากขึ้น
ลองมองรอบตัวคุณในที่ทำงาน จะมีสักกี่คนที่นั่งหลังตรงตลอดทั้งวัน? ส่วนใหญ่เรามักก้มหน้าจ้องจอ ห่อไหล่ และนั่งติดเก้าอี้ครั้งละ 2–3 ชั่วโมงโดยแทบไม่ลุก ท่าทางเหล่านี้สะสมเป็นแรงกดต่อกระดูกสันหลังโดยที่เราไม่รู้ตัว
งานวิจัยทบทวนวรรณกรรมระบุว่า อาการปวดหลังส่วนล่างเป็นปัญหาที่พบใน ประชากรประมาณ 80% ตลอดช่วงชีวิต และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการหยุดงานทั่วโลก [1] ที่น่าสนใจคือ ในผู้ใหญ่กลุ่มที่อายุ 30–50 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงานเต็มที่ ภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทกลายเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด [2]
ปัจจัยเสี่ยงที่อยู่ใกล้ตัวคุณ
จากการศึกษาทางระบาดวิทยา ปัจจัยต่อไปนี้เพิ่มโอกาสในการเกิดปัญหากระดูกสันหลังก่อนวัยอันควร
กลไกการเกิดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
ก่อนจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงปวด ลองมาดูโครงสร้างกระดูกสันหลังกันก่อน กระดูกสันหลังของเราไม่ได้เป็นแท่งเดียวยาว ๆ แต่ประกอบด้วยข้อกระดูกเล็ก ๆ จำนวน 33 ชิ้น ซ้อนต่อกัน คั่นด้วยหมอนรองกระดูกที่ทำหน้าที่เหมือน "โช้คอัพ" รับแรงกระแทกและช่วยให้เราก้ม เงย บิดตัวได้อย่างยืดหยุ่น
หมอนรองกระดูกแต่ละชิ้นมีโครงสร้างคล้าย โดนัทเยลลี่ คือมีเปลือกนอกที่เหนียวและแข็งแรง (annulus fibrosus) ห่อหุ้มไส้กลางที่นิ่มคล้ายเจล (nucleus pulposus) เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีแรงกดสะสมต่อเนื่อง เปลือกนอกอาจแตกร้าวและไส้กลางก็จะดันทะลุออกมา หากตำแหน่งที่ปลิ้นออกไปกดทับเส้นประสาทพอดี ทำให้รู้สึกปวด ชา หรือเสียวแปลบเหมือนไฟฟ้าช็อตตั้งแต่สะโพกลงไปถึงน่องและฝ่าเท้า หรืออาจจะมีอาการอ่อนแรงของขาได้
อาการแบบไหนที่ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
อาการปวดหลังทั่วไปกับอาการที่เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีจุดต่างที่สำคัญ — ปวดหลังธรรมดาจากการอักเสบของกล้ามเนื้อมักหายเองภายใน 2–6 สัปดาห์ด้วยการพักและทานยาแก้ปวด หรือกายภาพบำบัด แต่หากเป็นการกดทับเส้นประสาท อาการจะมีลักษณะเฉพาะที่บอกได้
4 สัญญาณที่บ่งบอกว่า " ไม่ใช่แค่ปวดหลังธรรมดา "
1. อาการปวดมีรูปแบบ "ร้าว" — ไม่ได้ปวดอยู่กับที่ แต่ลามจากหลังลงสะโพก ต้นขา ไปจนถึงน่องและเท้า บางครั้งแค่ไอ จาม หรือเบ่งก็อาจกระตุ้นให้ปวดมากขึ้น
2. ความรู้สึกแปลก ๆ บนผิวหนัง — ชา เหน็บ คันยุบยิบ หรือเหมือนมีเข็มทิ่ม โดยเฉพาะที่น่อง ฝ่าเท้า หรือนิ้วเท้าบางนิ้ว
3. กล้ามเนื้ออ่อนแรง — ลุกจากเก้าอี้ลำบาก กระดิกนิ้วเท้าไม่ได้ หรือเดินขึ้นบันไดแล้วเข่าทรุด สังเกตได้จากการสะดุดบ่อยขึ้น
4. รักษาด้วยยา/กายภาพไม่ดีขึ้น — ผ่านไป 4–6 สัปดาห์แล้วอาการยังเหมือนเดิม หรือกลับมาปวดซ้ำเรื่อย ๆ
สัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
หากกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ชาบริเวณรอบทวารหนัก/อวัยวะเพศ ร่วมกับขาอ่อนแรงเฉียบพลัน — นี่อาจเป็น Cauda Equina Syndrome ซึ่งต้องผ่าตัดภายใน 24–48 ชั่วโมงเพื่อป้องกันความพิการถาวร อย่ารอให้ถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
ทางเลือกการรักษา — ตั้งแต่ยาจนถึงการผ่าตัด
การผ่าตัด ไม่ใช่ ทางเลือกแรกเสมอไป แพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้เริ่มจากวิธีที่รบกวนร่างกายน้อยที่สุดก่อน แล้วค่อย ๆ ขยับไปสู่วิธีที่เข้มข้นขึ้นเมื่อจำเป็น เราเรียกแนวคิดนี้ว่า "ขั้นบันไดการรักษา" (Treatment Ladder)
ขั้นที่ 1 การรักษาแบบประคับประคอง
เหมาะกับผู้ป่วยส่วนใหญ่ในช่วง 6 สัปดาห์แรก ประกอบด้วย :
ขั้นที่ 2 การฉีดยาเฉพาะจุด
หากการรักษาขั้นที่ 1 ไม่เพียงพอ แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาลดอักเสบ (epidural steroid injection) เข้าใกล้ตำแหน่งเส้นประสาทที่ถูกกดทับ มีประสิทธิภาพดีในผู้ป่วยบางราย แต่ผลมักอยู่ได้ระยะหนึ่งเท่านั้น
ขั้นที่ 3 การผ่าตัด
เมื่อขั้นที่ 1–2 ไม่ได้ผล หรือมีสัญญาณเร่งด่วน เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงรุนแรง การผ่าตัดจึงเข้ามาเป็นทางเลือก ในปัจจุบันเทคนิคที่ได้รับการยอมรับว่ารบกวนร่างกายน้อยที่สุดคือการผ่าตัดผ่านกล้อง Endoscope ซึ่งเราจะเจาะลึกในส่วนถัดไป
ตารางเปรียบเทียบ 3 ทางเลือกการผ่าตัด
|
เกณฑ์เปรียบเทียบ |
ผ่าตัดเปิด |
Microscope (กล้องจุลทรรศน์) |
Endoscope |
|
ขนาดแผล |
5 – 15 ซม. |
2 – 3 ซม. |
0.5–1 ซม. |
|
เสียเลือดเฉลี่ย |
~250 มล. |
~100 มล. |
~10-20 มล. |
|
ระยะนอน รพ. |
3 – 7 วัน |
2–3 วัน |
1 คืน |
|
กลับทำงาน |
2 – 3 เดือน |
4 – 6 สัปดาห์ |
1 – 4 สัปดาห์ |
ตัวเลขเปรียบเทียบจากการวิเคราะห์เชิงสังเคราะห์ (meta-analysis) [3, 4]
Endoscopic Spine Surgery คืออะไร
Endoscopic Spine Surgery หรือการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอ็นโดสโคป เป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก โดยสอดกล้องและเครื่องมือขนาดเล็กผ่านแผลเข้าสู่ตำแหน่งที่กดทับเส้นประสาท ศัลยแพทย์จะเห็นภาพเส้นประสาทและหมอนรองกระดูกบนจอความละเอียดสูง ทำให้สามารถนำชิ้นส่วนที่กดทับออกได้โดยรบกวนกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบข้างน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดในหลายกรณี
แนวคิดของการรักษาไม่ได้มุ่ง “ผ่าให้เล็กที่สุด” เพียงอย่างเดียว แต่คือการผ่าตัดให้ตรงจุด เห็นโครงสร้างสำคัญชัดเจน ลดการบาดเจ็บที่ไม่จำเป็น และวางแผนให้เหมาะกับพยาธิสภาพของผู้ป่วยแต่ละราย
ข้อดีของการผ่าตัด Endoscopic surgery
โรคที่เทคนิคนี้รักษาได้
ปัจจุบันการผ่าตัดผ่านกล้อง Endoscope สามารถใช้รักษาโรคของกระดูกสันหลังได้หลากหลายชนิด ที่พบบ่อย ได้แก่
โดยมีเป้าหมายการผ่าตัดคือ แก้ไขการกดสับเส้นประสาท หรือไขสันหลัง, เสริมความมั่นคงโดยการเชื่อมข้อ หรือช่วยแก้ไขความผิดรูปบางประเภท
อย่างไรก็ตาม Endoscopic Spine Surgery ไม่ใช่คำตอบสำหรับผู้ป่วยทุกราย ความเหมาะสมขึ้นกับตำแหน่งและลักษณะของโรค ความมั่นคงของกระดูกสันหลัง ภาวะกระดูกเคลื่อน โรคประจำตัว และเป้าหมายการรักษาของผู้ป่วย การตัดสินใจจึงควรเกิดจากการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง