เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

วัคซีนครอบครัว (Family Vaccination) คือ การวางแผนฉีดวัคซีนป้องกันโรคเชิงรุกให้แก่สมาชิกทุกคนในบ้านครอบคลุม 3 ช่วงวัย ได้แก่ เด็กเล็ก วัยทำงาน และผู้สูงอายุ เพื่อลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยรุนแรง ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล และป้องกัน จากวัยทำงานไปสู่วัยเยาว์และผู้สูงวัย โรคสำคัญที่จำเป็นต้องสร้างเกราะป้องกัน ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่, ไอกรน/คอตีบ/บาดทยัก, ไวรัสตับอักเสบ บี, โรคไอพีดี (IPD) และงูสวัด การรับบริการวัคซีนยุคใหม่มุ่งเน้นการจัดโปรแกรมเฉพาะบุคคล (Personalized Vaccine Program) เพื่อความปลอดภัย แม่นยำ และสร้างภูมิคุ้มกันสูงสุดให้ทุกคนในบ้าน
ความจริงเรื่อง "เชื้อโรคในบ้าน" ที่หลายคนมองข้าม
พบว่า มากกว่า 60% ของการติดเชื้อในผู้สูงอายุและเด็กเล็ก มีสาเหตุมาจากการได้รับเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียจาก "คนวัยทำงาน" ในบ้านที่นำเชื้อจากนอกบ้านมาติดโดยไม่รู้ตัวเนื่องจากไม่มีอาการรุนแรง ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มักมีเชื้อไวรัสตับอักเสบหูดหรืองูสวัดซ่อนอยู่ในร่างกาย และ 1 ใน 3 มีโอกาสเกิดโรคงูสวัด ซึ่งสร้างความทรมานจากอาการปวดเส้นประสาทเรื้อรัง ยาวนานนับปี
ความจำเป็นแต่ละช่วงวัยในบ้าน ต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง ?
1. วัยเด็กเล็ก (0-12 ขวบ) : ปลูกสร้างภูมิคุ้มกันวัยแรกเริ่ม เด็กเล็กมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงเป็นวัยที่ไวต่อการติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine): ฉีดปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป
- วัคซีนไอพีดี (IPD Vaccine): ป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสขั้นรุนแรง เช่น ปอดบวม ติดเชื้อในกระแสเลือด และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
- วัคซีนโรต้า (Rotavirus) และวัคซีนอีสุกอีใส : ป้องกันอุจจาระร่วงรุนแรงและตุ่มผื่นตามร่างกาย
2. วัยทำงาน (18-59 ปี) : เสาหลักของบ้าน ผู้เสี่ยงนำเชื้อเข้าสู่ครอบครัว วัยทำงานมักเดินทาง ทำงานนอกบ้าน และเจอผู้คนมากมาย จึงเสี่ยงสะสมเชื้อกลับมาติดลูกและคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน
- วัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ และ บี: หากตรวจเลือดแล้วยังไม่มีภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันภาวะตับอักเสบเรื้อรังและมะเร็งตับ
- วัคซีนเอชพีวี (HPV Vaccine): ฉีดได้ทั้งหญิงและชาย เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก และหูดหงอนไก่
3. วัยผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) : ปกป้องเกราะที่เริ่มเสื่อมถอย เมื่ออายุมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันจะเสื่อมถอยตามธรรมชาติ (Immunosenescence) และมักมีโรคประจำตัวร่วมด้วย
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดโดสสูง (High-dose Flu Vaccine) : ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในผู้สูงวัยได้ดีกว่าวัคซีนขนาดปกติ
วัคซีนนิวโมคอคคัส (IPD Vaccine) : แนะนำให้ฉีดเพื่อป้องกันปอดอักเสบรุนแรง การติดเชื้อในกระแสเลือด
"การฉีดวัคซีนไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่คือการสร้างภูมิคุ้มกันกลุ่มในบ้าน" การที่คนวัยทำงานรับวัคซีนป้องกันโรค ไม่เพียงแต่เป็นการดูแลตนเองให้พร้อมทำงาน แต่คือการสร้างกำแพงล้อมรอบลูกน้อยและพ่อแม่ผู้สูงอายุให้ปลอดภัยจากโรคร้าย การป้องกันก่อนเกิดโรคย่อมประหยัดค่าใช้จ่ายและลดความรุนแรงทางการรักษาได้ดีกว่าการรอให้เจ็บป่วยเสมอ
การเตรียมตัวก่อนและหลังการเข้ารับบริการวัคซีน
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน
การดูแลตัวเองหลังการฉีดวัคซีน
อาการหากเกิดอาการแพ้วัคซีน

อาการแพ้วัคซีนสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อาการเล็กน้อยทั่วไปที่หายได้เอง ไปจนถึงอาการแพ้รุนแรงเฉียบพลันที่พบได้น้อยมาก ทางการแพทย์จะแบ่งระดับอาการแพ้และปฏิกิริยาหลังได้รับวัคซีนออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้ :
1. อาการข้างเคียงทั่วไป (ไม่ใช่การแพ้รุนแรง / พบบ่อยที่สุด)
เป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่กำลังตอบสนองและสร้างภูมิคุ้มกัน มักเกิดขึ้นภายใน 1–2 วันหลังฉีด และหายได้เองใน 2–3 วัน
2. อาการแพ้ระดับปานกลาง (ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน)
มักแสดงอาการทางผิวหนังหรือระบบย่อยอาหาร เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงถึงหลายวันหลังได้รับวัคซีน:
3. อาการแพ้รุนแรงเฉียบพลัน — พบได้น้อยมาก
เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่มักเกิดขึ้น ภายใน 15–30 นาทีแรกหลังได้รับวัคซีน (เป็นเหตุผลที่โรงพยาบาลต้องให้รอดูอาการ 30 นาทีหลังฉีดเสมอ):

วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดอาการ
โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ใส่ใจในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเราพร้อมดูแลเข้าใจถึงความกังวลของคุณ เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางทั้งกุมารแพทย์ อายุรแพทย์ และแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว พร้อมด้วยระบบการจัดเก็บและให้บริการวัคซีนที่ได้มาตรฐานสากล บรรยากาศคลินิกสะอาด ปลอดเชื้อ และบริการจัดลำดับนัดหมายติดตามการกระตุ้นภูมิอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมั่นใจและมีความสุขในทุกช่วงเวลา