Messenger

โรคจมูกอักเสบ "ฟุดฟิด-จาม-คัดจมูก" ภัยเงียบจากมลภาวะที่คนเมืองต้องรู้

August 24 / 2026

 

           โรคจมูกอักเสบ (Rhinitis) คือภาวะที่มีการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก ทำให้เกิดอาการ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล หรือคันจมูก โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ ชนิดภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) ที่เกิดจากสิ่งกระตุ้นเช่น ไรฝุ่น หรือเกสรดอกไม้ และ ชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ (Non-allergic Rhinitis) ที่เกิดจากมลภาวะ อากาศเปลี่ยน หรือฮอร์โมน การรักษาเริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น การใช้ยาเฉพาะที่ ไปจนถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างการจี้จมูกด้วยคลื่นวิทยุ (RF) เพื่อลดอาการบวมเรื้อรัง

          การรักษาในปัจจุบันมีตั้งแต่การใช้ยาเฉพาะทางไปจนถึงเทคโนโลยี การผ่าตัดส่องกล้อง (FESS) ที่แม่นยำและช่วยให้คนไข้กลับมาหายใจโล่งได้อีกครั้ง

 

ขั้นตอนแรกควรแยกให้ออกระหว่าง "หวัดธรรมดา" กับ "จุดเริ่มต้นของไซนัส" ซึ่งหากปล่อยไว้จะกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง

อาการเริ่มแรก : สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่ "ไซนัสอักเสบ"

  • เป็นหวัดยืดเยื้อ : เริ่มต้นจากการเป็นหวัดธรรมดา มีน้ำมูกใส แต่แทนที่จะหายภายใน 5-7 วัน กลับเป็นนานขึ้น และน้ำมูกเริ่มเปลี่ยนจากใสเป็น "ขาวขุ่น" หรือ "เหลืองเขียว"

  • อาการคัดจมูกที่ "หนัก" ขึ้น : รู้สึกจมูกตันตลอดเวลาจนต้องหายใจทางปาก และเริ่มมีอาการ "เสียงขึ้นจมูก"
  • ความรู้สึก "ตื้อ" และ "หนัก" ใบหน้า : เริ่มรู้สึกปวดหน่วงๆ บริเวณหัวตา โหนกแก้ม หรือหน้าผาก โดยเฉพาะเวลา "ก้มหัว" หรือเปลี่ยนท่าทางเร็วๆ จะรู้สึกปวดตุบๆ อย่างชัดเจน
  • เสมหะลงคอเรื้อรัง : เริ่มมีอาการระคายคอ ต้องกระแอมบ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงตื่นนอนตอนเช้า เพราะน้ำมูกจากไซนัสไหลลงไปค้างที่คอหอยตลอดคืน
  • การรับรสและกลิ่นที่เปลี่ยนไป : อาหารเริ่มไม่อร่อยเหมือนเดิม หรือรู้สึกว่าจมูกรับกลิ่นได้ไม่ดีเท่าปกติ

          อาการเริ่มแรกของไซนัส มักพัฒนามาจากโรคหวัดหรือภูมิแพ้ที่คัดจมูกยาวนานกว่า 10 วัน ร่วมกับอาการปวดตื้อบริเวณใบหน้า ส่วนโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ ขึ้นอยู่กับการควบคุมปัจจัยกระตุ้น โดยเฉพาะการจัดการโรคภูมิแพ้และการรักษาวินัยใน "การล้างจมูกสม่ำเสมอ" ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งและลดโอกาสการกลับมาอักเสบซ้ำ

 

กลุ่มเสี่ยง ที่ต้องเฝ้าระวัง?

  • ชาวสมาชิกโรคภูมิแพ้: ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้จมูกเรื้อรัง ทำให้เยื่อบุบวมจนปิดทางระบายไซนัส

  • ผู้ที่มีโครงสร้างจมูกผิดปกติ: เช่น ผนังกั้นจมูกคด หรือมีริดสีดวงจมูก (Nasal Polyps)

  • กลุ่มภูมิคุ้มกันต่ำ: พักผ่อนน้อยมีโรคประจำตัว หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำเป็นทุนเดิม

  • ผู้ที่มีประวัติฟันกรามซี่บนอักเสบ: อาจลุกลามเข้าสู่โพรงไซนัสได้

  • สิงห์อมควัน: ทั้งผู้สูบเองและผู้ได้รับควันมือสอง ทั้งรูปแบบการรับควันบุหรี่ทั่วไป รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าด้วย

 

ปัจจัยอะไรที่กระตุ้นให้ "อักเสบไม่ยอมหาย"?

          ปัจจัยหลักคือ "การอุดกั้นของรูเปิดไซนัส" ซึ่งอาจเกิดจากฝุ่นละออง มลภาวะ การติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราซ้ำซ้อน รวมถึงพฤติกรรมการล้างจมูกที่ไม่ถูกวิธีหรือไม่ได้ทำอย่างสม่ำเสมอ หากทิ้งไว้เนิ่นนาน การอักเสบอาจลุกลามไปยังดวงตาหรือเยื่อหุ้มสมองได้ การรักษาที่ถูกต้องจะช่วยคืนความสดชื่น ลดอาการปวดหัวเรื้อรัง และทำให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่

 

เทคโนโลยีการรักษา: จากการใช้ยา สู่การ "เคลียร์โพรงจมูก" ด้วยส่องกล้อง

          ปัจจุบันการแพทย์มีแนวทางการรักษาที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพสูง: โดยแพทย์จะพิจารณาถึงรูปแบบและแนวทางการรักษาตามแบบอาการหรือรอยโรคแต่ละบุคคล

  1. การรักษาด้วยยา (Medical Treatment) : การใช้ยาพ่นสเตียรอยด์เฉพาะที่ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม
  2. การผ่าตัดส่องกล้อง (FESS - Functional Endoscopic Sinus Surgery) : หากรักษาด้วยยาไม่ได้ผล แพทย์จะใช้การส่องกล้องเพื่อขยายรูเปิดไซนัสและกำจัดเนื้อเยื่อที่อักเสบออก  ข้อดี : ไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก เจ็บน้อย และฟื้นตัวไวมาก
  3. Balloon Sinuplasty : การใช้บอลลูนขนาดเล็กขยายรูเปิดไซนัส เหมาะสำหรับเคสที่ไม่อยากตัดเนื้อเยื่อ (แต่กรณีนี้จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ว่าเหมาะสมกับคนไข้หรือไม่)

 

การดูแลสุขภาพเพื่อรักษาอาการให้ดีขึ้น

ก่อนการรักษาหรือผ่าตัด 

  • จดบันทึกอาการและยาที่ใช้ประจำเพื่อแจ้งแพทย์
  • งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำหัตถการ
  • ฝึกการล้างจมูกให้ถูกวิธีตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

หลังการรักษาหรือผ่าตัด

  • ล้างจมูกสม่ำเสมอ : นี่คือหัวใจสำคัญเพื่อไม่ให้เนื้อเยื่อพังผืดกลับมาอุดตันรูเปิดไซนัส

  • เลี่ยงสิ่งกระตุ้น : งดการแคะจมูก งดยกของหนัก และหลีกเลี่ยงที่ที่มีฝุ่นละอองมากในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • พบแพทย์ตามนัด : เพื่อติดตามการสมานตัวของเยื่อบุภายในโพรงจมูก

 

 

หลังการรักษา... จะกลับมาเป็นอีกไหม?

         คำถามยอดฮิตที่คนไข้มักกังวล คือ "รักษาแล้วจะหายขาดไหม?" คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ "มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้" หากปัจจัยกระตุ้นยังคงอยู่ แต่สามารถควบคุมไม่ให้รุนแรงได้

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดไซนัสได้อีกหลังการรักษา 

  1. โรคประจำตัวเดิม : หากเป็น "โรคภูมิแพ้จมูก" แล้วไม่ควบคุมอาการ เยื่อบุจมูกที่บวมซ้ำๆ จะกลับไปอุดรูเปิดไซนัสอีกครั้ง
  2. โครงสร้างจมูก : ในรายที่มีผนังกั้นจมูกคด หรือริดสีดวงจมูก หากไม่ได้แก้ไขโครงสร้างนี้ร่วมด้วย ไซนัสก็มีโอกาสกลับมาอุดตันได้ง่าย
  3. มลภาวะและสิ่งแวดล้อม : การอยู่ในพื้นที่ฝุ่นมากๆ โดยเฉพาะ ฝุ่น PM 2.5 สูง หรือสัมผัสควันบุหรี่/สารเคมีสม่ำเสมอ จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบใหม่ได้
  4. วินัยการดูแลตนเอง : นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด หากคนไข้ "หยุดล้างจมูก" หรือหยุดพ่นยาเองหลังจากอาการดีขึ้นเพียงเล็กน้อย เชื้อที่ยังหลงเหลืออยู่อาจกลับมาขยายตัวได้อีก

 

          โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ใส่ใจในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยทุกอาการ เชิญชวนให้คุณก้าวเข้ามาพูดคุยและรับคำปรึกษาโดยตรงกับ ทีมแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก (ENT) ที่เชี่ยวชาญการใช้เครื่องมือ RF รุ่นทันสมัยที่สุด ซึ่งสามารถควบคุมระดับพลังงานได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง พร้อมระบบการตรวจวินิจฉัยที่ละเอียดก่อนเริ่มทำ เพื่อให้มั่นใจว่า RF คือคำตอบที่ใช่สำหรับปัญหาของคุณจริงๆเพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่การรักษาโรค แต่คือการ "ออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณที่สุด"