Messenger

NCDs ไม่ใช่แค่ "โรคประจำตัว" แต่คือ "ภัยเงียบที่ลุกลาม" เช็ก 3 อวัยวะหลัก (ตา-เท้า-ไต) ก่อนจะสาย

March 24 / 2026

NCDs ไม่ใช่แค่ "โรคประจำตัว" แต่คือ "ภัยเงียบที่ลุกลาม" เช็ก 3 อวัยวะหลัก (ตา-เท้า-ไต) ก่อนจะสาย

 

กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ตัวโรคเอง แต่หากควบคุมระดับน้ำตาลและก๊าซในเลือดได้ไม่ดี จะนำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่รุนแรงใน 3 ระบบหลัก คือ ตา (จอประสาทตาเสื่อม), เท้า (แผลเบาหวานที่หายยากจนเสี่ยงถูกตัด), และ ไต (ไตวายเรื้อรัง) การตรวจคัดกรองด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก คือแนวทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาคุณภาพชีวิต

เจาะลึก 3 อวัยวะสำคัญที่ NCDs เข้าโจมตี

ผู้ป่วยกลุ่ม NCDs ทั่วโลกมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 74% ของการเสียชีวิตทั้งหมด โดยที่ ผู้ป่วยเบาหวานในไทยที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามเกณฑ์ มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนทาง "ไต" สูงถึง 1 ใน 3 ของผู้ที่มีอาการ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนทาง "ตา" เช่น เบาหวานขึ้นตา ประมาณ 20-25% จากผู้ที่มีอาการ และมีสถิติระบุว่าผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะถูกตัดเท้ามากกว่าคนปกติถึง 15-25 เท่า หากดูแลแผลที่เท้าไม่ถูกวิธี

1. ทำไม "ตา" ถึงพังจากเบาหวานและความดัน?

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่อง จะทำให้เส้นเลือดฝอยที่จอประสาทตาอักเสบและอุดตัน ร่างกายจะสร้างเส้นเลือดใหม่ที่ไม่แข็งแรงขึ้นมาแทนจนเกิดเลือดออกและดึงรั้งจอประสาทตาให้ปีปัญหา

  • สัญญาณเตือน: มองเห็นจุดดำลอยไปมา , สายตามัวลงอย่างรวดเร็ว, เห็นภาพบิดเบี้ยว

2. ทำไมแผลที่ "เท้า" ถึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ป่วย NCDs

น้ำตาลในเลือดสูงส่งผลให้เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม จนเท้าชา ไม่รู้สึกเจ็บเมื่อเกิดแผล และเลือดไปเลี้ยงส่วนปลายได้น้อย ทำให้แผลหายยากและติดเชื้อง่าย

  • สัญญาณเตือน: เทาชาเหมือนใส่ถุงเท้าตลอดเวลา, ผิวหนังที่เท้าแห้งแตกผิดปกติ, มีแผลเล็กๆ ที่ไม่หายภายใน 1 สัปดาห์

3. "ไต" เสื่อมจาก NCDs มีได้อย่างไร?

ความดันโลหิตสูงและเบาหวานทำให้ "ตัวกรอง" ในไตทำงานหนักจนอักเสบและเกิดพังผืด ส่งผลให้ไตค่อยๆ สูญเสียหน้าที่ในการขับของเสียออกทางปัสสาวะ

  • สัญญาณเตือน: ปัสสาวะมีฟองมาก, บวมบริเวณหน้าแข้งหรือรอบดวงตา, เพลียผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ

การตรวจคัดกรอง ตัวช่วยในการป้องกันไม่ให้เกิดอาการลุกลาม

ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ช่วยให้เราตรวจพบความเสื่อมได้ทั้ง 3 อวัยวะตั้งแต่ระดับ "ก่อนเกิดอาการ" เพื่อให้รู้ถึงปัญหาและป้องกันได้ทันท่วงทีตา

ตรวจ Digital Retina Photography: การถ่ายภาพจอประสาทตาด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียดสูง เพื่อตรวจหาความผิดปกติของเส้นเลือดโดยไม่ต้องขยายม่านตาในบางกรณี จอประสาทตาเป็นจุดเดียวในร่างกายที่แพทย์สามารถมองเห็นเส้นเลือดได้โดยตรง ความผิดปกติในระยะแรกมัก "ไม่มีอาการ" แต่หากตรวจพบช้าอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นถาวร การตรวจปีละครั้งช่วยให้แพทย์เปรียบเทียบภาพถ่ายในแต่ละปีเพื่อดูแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนไต

Microalbuminuria Test: การตรวจหาโปรตีนรั่วในปัสสาวะระยะเริ่มแรก ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความเสื่อมของไตได้แม่นยำ ในการตรวจปัสสาวะทั่วไป (Urine Analysis) มักจะตรวจพบโปรตีนเมื่อไตเสื่อมไปมากแล้ว แต่ Microalbuminuria เป็นการตรวจที่ละเอียดกว่า สามารถจับสัญญาณ "โปรตีนรั่วเพียงเล็กน้อย" ได้ตั้งแต่ระยะที่ไตเริ่มส่งสัญญาณเตือน ทำให้เราสามารถปรับยาและพฤติกรรมเพื่อ "ย้อนกลับ" ให้ไตกลับมาแข็งแรงได้ทันเวลา

Ankle-Brachial Index (ABI): เครื่องมือตรวจวัดความเข้มแข็งของหลอดเลือดส่วนปลายที่ขา เพื่อประเมินความเสี่ยงแผลหายยาก หากคุณมีอาการเท้าชา หรือเป็นแผลที่เท้าแล้วหายช้ากว่าปกติ การตรวจ ABI ปีละครั้งจะช่วยยืนยันว่า "เลือดยังไปเลี้ยงเท้าได้เพียงพอหรือไม่" หากค่า ABI ต่ำกว่าเกณฑ์ แพทย์จะได้วางแผนขยายหลอดเลือดเพื่อป้องกันการเกิดแผลเน่าและการถูกตัดเท้าในอนาคต

  • ประสิทธิภาพการรักษา: การผ่าตัดด้วยวิธี Endo Spine มีอัตราความสำเร็จสูง และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำกว่าการผ่าตัดแบบเปิดดั้งเดิมอย่างนัยสำคัญ

 

เปลี่ยน "วิถีชีวิต" เพื่อหยุด "โรคแทรกซ้อน"

  1. คัดกรองรายปี (Annual Screening): แม้อาการจะปกติ แต่ผู้ป่วย NCDs ควรตรวจตาและไตอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  2. สำรวจเท้าทุกวัน: ใช้กระจกส่องดูใต้ฝ่าเท้าทุกคืนก่อนนอน หากพบรอยแดงหรือแผลเล็กๆ ให้รีบพบแพทย์
  3. คุมอาหารแบบ "จานอาหารสุขภาพ": เน้นผัก 2 ส่วน ข้าว 1 ส่วน และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน 1 ส่วน เลี่ยงอาหารรสจัด (เค็ม/หวาน) เพื่อลดภาระของไตและระดับน้ำตาล
  4. ออกกำลังกายที่เหมาะสม: เลือกกิจกรรมที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น เดินเร็ว หรือปั่นจักรยาน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือด

 

โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ใส่ใจในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยทุกอาการ โดยเฉพาะคนไข้กลุ่มโรค NCDs เพราะไม่ใช่เพียงการกินยาตามสั่ง แต่คือการรักษา "คุณภาพชีวิต" ไม่ให้ต้องใช้ชีวิตในโลกที่มืดมัว หรือต้องสูญเสียความเป็นตัวเองจากการฟอกไต และเสียบุคลิกภาพจากการตัดเท้า

การดูแลเชิงป้องกันคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับตัวคุณและคนที่คุณรัก