This website uses cookies 🍪
We use cookies to ensure you get the best online experience. For more details, please see our Privacy and Cookie Policy. Read more.
ทำไมโสดหรือไม่โสดก็เสี่ยงมะเร็งปากมดลูกได้?
เจาะลึกวิธีดูแลมดลูกให้สตรองทุกช่วงอายุ

มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ผ่านการสัมผัสหรือการมีเพศสัมพันธ์ เป็นมะเร็งที่ผู้หญิงสามารถป้องกันได้เกือบ 100% หากได้รับวัคซีน HPV ตั้งแต่อายุน้อยและเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ (Pap Test / HPV DNA Test) แม้ในผู้ที่ไม่มีอาการผิดปกติ การตรวจพบในระยะก่อนมะเร็งช่วยให้รักษาได้ทันเวลา
มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็น อันดับ 2 ในผู้หญิงไทยรองจากมะเร็งเต้านม ในแต่ละวัน มีผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากโรคนี้เฉลี่ยถึง 10-12 คน ซึ่งเป็นสถิติที่น่าเสียดายเพราะมะเร็งปากมดลูก เป็นโรคที่ป้องกันได้ แม้มักพบในช่วงอายุ 35-50 ปี แต่ปัจจุบันพบผู้ป่วยหน้าใหม่ในกลุ่ม อายุน้อยกว่า 30 ปี เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมเสี่ยงและการเข้าถึงการตรวจคัดกรองที่ยังไม่ทั่วถึง
พฤติกรรมเสี่ยงที่นำไปสู่โรค "มะเร็งปากมดลูก" ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการได้รับเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) และปัจจัยที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อออกไปได้เองจนเกิดการติดเชื้อเรื้อรังและกลายเป็นมะเร็งในที่สุด

1. พฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาวะทางเพศ
เนื่องจากเชื้อ HPV ติดต่อผ่านการสัมผัสทางผิวหนังหรือเยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศ พฤติกรรมเหล่านี้จึงเพิ่มโอกาสได้รับเชื้อสูงขึ้น :
2. พฤติกรรมที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน
ร่างกายปกติสามารถกำจัดเชื้อ HPV ออกไปได้เองภายใน 1-2 ปี แต่พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ร่างกายสู้ไวรัสไม่ได้ :
การสูบบุหรี่จัด : สารนิโคตินและสารก่อมะเร็งในบุหรี่จะไปสะสมที่เมือกบริเวณปากมดลูก ทำให้ภูมิคุ้มกันเฉพาะที่อ่อนแอลง และกระตุ้นให้เซลล์ที่ติดเชื้อ HPV เปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็งได้เร็วขึ้น (เสี่ยงกว่าคนไม่สูบถึง 2 เท่า)
การละเลยการดูแลสุขภาพ : พักผ่อนน้อย มีความเครียดสะสม ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันภาพรวมถดถอย
3. พฤติกรรมด้านการละเลยการป้องกัน / ตรวจคัดกรอง
การไม่เข้ารับการตรวจคัดกรอง (Pap Smear / HPV DNA Test) : นี่คือพฤติกรรมเสี่ยงที่อันตรายที่สุด เพราะมะเร็งปากมดลูกใช้เวลาฟักตัว 5-10 ปี หากตรวจพบในระยะก่อนมะเร็งสามารถรักษาให้หายได้ แต่หากไม่ตรวจเลยมักจะรู้ตัวเมื่อลุกลามแล้ว
การไม่ฉีดวัคซีน HPV : โดยเฉพาะในวัยเด็กหรือวัยรุ่นที่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ ถือเป็นการเสียโอกาสในการสร้างเกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด (ป้องกันได้กว่า 90%)
4. ปัจจัยเสริมอื่น ๆ
การตั้งครรภ์และคลอดบุตรหลายคน (มากกว่า 5 คน) : สถิติพบว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนและการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อปากมดลูกซ้ำๆ
การใช้ยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน (เกิน 5 ปี) : มีงานวิจัยระบุว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงเล็กน้อย (ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความสมดุลของร่างกาย)
อาการแบบไหนที่เริ่ม "ผิดปกติ" และต้องมาพบแพทย์
ส่วนใหญ่ในระยะแรก "จะไม่มีอาการเลย" แต่หากเริ่มมีอาการต่อไปนี้ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ทันที:
เลือดออกผิดปกติ : เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์, เลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน หรือเลือดออกหลังวัยทอง
ตกขาวผิดปกติ : ตกขาวมีกลิ่นเหม็น, ปนเลือด หรือมีลักษณะคล้ายน้ำล้างเนื้อ
อาการระยะลุกลาม : ปวดท้องน้อยรุนแรง, ขาบวม หรือปัสสาวะมีเลือดปน
เทคโนโลยีการป้องกันและรักษา: เกราะคุ้มกันผู้หญิงยุคใหม่
ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้การ "ป้องกัน" ทำได้ง่ายและแม่นยำกว่าเดิม :
9-valent HPV Vaccine : วัคซีนรุ่นล่าสุดที่ครอบคลุมเชื้อ HPV ถึง 9 สายพันธุ์ ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้มากกว่า 90% รวมถึงโรคหูดหงอนไก่
HPV DNA Test : เทคโนโลยีการตรวจลึกถึงระดับพันธุกรรมของไวรัส สามารถระบุสายพันธุ์เสี่ยงสูงได้ทันที แม้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (แม่นยำกว่า Pap Smear แบบดั้งเดิม)
Colposcopy & LEEP : หากตรวจพบความผิดปกติ แพทย์สามารถใช้การส่องกล้องขยาย (Colposcopy) และการตัดเนื้อเยื่อด้วยห่วงไฟฟ้า (LEEP) เพื่อรักษาในระยะก่อนมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องตัดมดลูกทิ้ง

ทุกช่วงวัยของผู้หญิง ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
วัยเด็ก (9-15 ปี) : ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการ ฉีดวัคซีน HPV (ฉีดได้ถึงอายุ 45 ปี) เพราะร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงสุดก่อนการมีสัมผัสเชื้อครั้งแรก
วัยทำงาน (21-60 ปี) : ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำ แม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม โดยแนะนำให้ตรวจ HPV DNA Test ซึ่งแม่นยำกว่าการตรวจแบบเดิม
วัยทอง (60 ปีขึ้นไป) : ควรตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปี และหมั่นสังเกตความผิดปกติของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ใส่ใจในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยทุกอาการ เชิญชวนให้คุณก้าวเข้ามาพูดคุยและรับคำปรึกษาโดยตรงกับ ทีมแพทย์เฉพาะทาง ของเรา เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่การรักษาโรค แต่คือการ "ออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณที่สุด" เรามุ่งเน้นการดูแลผู้หญิงแบบ "Wellness and Prevention" ศูนย์สูตินรีเวชของเราพร้อมให้บริการตั้งแต่การให้คำปรึกษาเรื่องวัคซีน HPV ไปจนถึงการตรวจคัดกรองด้วยเทคโนโลยี HPV DNA Test ที่ทันสมัยที่สุด ภายใต้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและดูแลโดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทางตลอด 24 ชั่วโมง